Home NEWS สาวเรียกแท็กซี่ผ่านแอป เจอคนขับข่มขืน ติดคุกแค่ 3 ปี เจ้าตัวตัดพ้อประหารหนูเถอะ

สาวเรียกแท็กซี่ผ่านแอป เจอคนขับข่มขืน ติดคุกแค่ 3 ปี เจ้าตัวตัดพ้อประหารหนูเถอะ

37
0

วานนี้ (23 พ.ค. 66) หนุ่มรายหนึ่งออกมาโพสต์ถึงเรื่องราวอันน่าหดหู่ และเพื่อเป็นการเตือนถึงภัยสังคม เมื่อหญิงสาวคนหนึ่ง ได้เรียกรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันดัง แต่คนขับแท็กซี่วิ่งออกนอกเส้นทาง และทำการข่มขืนเธอ ต่อมา ศาลได้มีคำพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่มันเทียบไม่ได้กับบาดแผล ที่เกิดกับร่างกายและกัดกินจิตใจของเหยื่อ อีกทั้ง ความรู้สึกผิดยังได้ฝังลงไปในหัวใจแฟนของเธอ เนื่องจากเขาไม่สามารถไปรับเธอได้ จนเกิดเหตุขึ้น

“ขอถือว่ามันเกิดจากตัวของผมเอง ที่ไม่เป็นคนรักษาคำพูดและให้ความไว้ใจ ความเชื่อใจกับระบบเกินไป” เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นช่วงปลายปี 65 ของเช้ามืดคืนหนึ่ง แฟนสาวได้นัดเจอเพื่อน โดยเขารับปากว่าจะไปรับ แต่เมื่อถึงเวลาก็ไม่สามารถไปรับได้ เนื่องจากตัวเองได้ดื่มกับเพื่อน เกรงว่าหากขับรถจะเจอด่าน และยังเป็นอันตรายกับผู้อื่นบนท้องถนน จึงแนะนำให้แฟนสาวเรียกรถจากแอปพลิเคชันชื่อดัง

“และแล้วเรื่องน่าเศร้าใจก็ได้เกิดขึ้นต่อจากนี้ “คนขับรถนั้นได้รับ และขับรถไปจอดในสถานที่มุมมืด ที่ติดถนนใหญ่ ได้ทำการกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนกระทำชำเรา ปฏิบัติราวกับพฤติกรรมของสัตว์ ที่ไม่สามารถควบคุมความกำหนัดของตนเองได้”

และวันที่ 11 พ.ค. 66 เราได้ไปศาลฯ เพื่อติดตามความคืบหน้า และได้ทราบว่าคดีได้ถูกตัดสินไปแล้ว ตั้งแต่ 14 มี.ค. 66 และสิ้นสุดการอุทธรณ์ 14 เม.ย. 66 โดยผู้ต้องหาได้รับสารภาพ และ “ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี” เป็นความโง่เขลา และความรู้น้อยทางกฎหมายของผมเอง ที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป จนหมดอายุการอุทธรณ์”

สิ่งที่อยากจะพูดถึงเมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้ว เราควรทำอะไรก่อน ต้องติดต่อใคร เพราะเรื่องนี้ไม่เคยถูกสอนในโรงเรียนหรือคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเรา ครั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ ขอให้ตั้งสติให้ดี รวบรวมหลักฐานที่ใช้ติดตามคนร้ายได้ พาตัวเองไปโรงพยาบาลเพื่อการเก็บหลักฐาน พาตัวเองไปแจ้งความกับ สน. ที่เกิดเหตุ ยิ่งเราเดินเรื่องพวกนี้ได้ไวที่สุดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งง่ายต่อรูปคดี

สำคัญคือต้องรวบสติและกำลังใจให้มากเพื่อที่จะผ่านไปในแต่ละวันหลังเกิดเหตุการณ์ได้ ดูจากการลงมือของคนร้าย ไม่แน่ใจว่าอาจจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้หรือไม่? การรู้จักเลือกสถานที่ใช้ลงมือเป็นมุมมืดที่ติดถนนใหญ่ (ถนนศรีนครินทร์ จ.สมุทรปราการ) การที่ไม่สามารถระบุตัวคนขับได้จากข้อมูลทะเบียนรถ* (เป็นเรื่องที่สามารถทำได้หากได้รับการยินยอมจากเจ้าของรถเพื่อการวิ่งงานผ่าน app)

กามารมณ์ เป็นเรื่องธรรมดาที่ฝังอยู่ในรากลึกของจิตใจ แต่ปัญหาของมันคือการควบคุม/การแสดงออกให้ถูกต้องและเหมาะกับกาลเทศะ ถ้าไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ก็ไม่ต่างจากพฤติกรรมของสัตว์เดรัจฉาน

บาดแผลทางจิตใจ เราไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามีร่องรอยลึกแค่ไหน การที่ต้องคอยเดินทางรับการรักษา การที่กินยาหลายขนาน การต้องเจาะเลือดที่แขนจนเป็นรอยซ้ำๆ การที่กินไม่ได้ การที่นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นหวาดผวาและมีกำลังใจที่จะผ่านไปในแต่ละวัน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย “ความสุขชั่วคราวของใครบางคน อาจเป็นฝันร้ายของใครอีกคนไปชั่วชีวิต” ไม่อยากให้มีใครโชคร้ายและเจ็บปวดแบบที่เราได้ประสบพบเจอ

ส่วนหญิงสาว เมื่อทราบถึงคำตัดสิน เธอได้ระบายความรู้สึกเอาไว้ด้วย ว่า

“หนูต้องการให้โทษจำคุกเท่าไหร่?” มันจะ 3 ปี หรือ 10 ปี ตอนนี้ก็ไม่สำคัญกับหนูแล้ว เหมือนเค้าเห็นเราไม่มีค่าไปแล้ว” ในฐานะมนุษย์หญิงคนหนึ่ง หนูผิดอะไรเหรอคะ…ผิดที่หนูเกิดเป็นผู้หญิง หนูผิดที่หนูอ่อนแอสู้ไม่ได้เหรอคะ

กลับไปคำถามบน “ว่าหนูอยากให้เค้าจำคุกเท่าไหร่” หนูอยากให้ได้โทษสูงสุด 20 ปี ค่ะ แต่การที่หนูขอไปแล้ว “มันไม่ได้” ก็ขอเป็นประหารได้ไหมคะ “ถ้าคนร้ายไม่ยอมโดนประหาร ก็ประหารหนูไปเถอะค่ะ ทุกวันนี้ หนูอยู่ก็เหมือนหนูตายทั้งที่มีลมหายใจ “ประหารหนูเถอะค่ะ” ถ้าหนูขอแล้วไม่ได้…ก็ไม่เป็นไรค่ะ…” ถ้าเค้าอยากจำคุกแค่ 3 ปี อยากออกมาอยู่กับลูกกับเมียเค้า ก็ไม่เป็นไรค่ะ

“ประหารหนูเถอะค่ะ” หนูอาจจะไปสบายและมีความสุขมากกว่านี้ ไม่ต้องมาหลับตาลงก็เห็นแต่หน้าคุณ ทั้งที่ง่วงมากๆ นอนไม่ได้เลยสักคืน ทั้งๆ ที่ทานยานอนหลับ ทานข้าวไม่ลง ไม่แรงจะเหลือสู้ไหวแล้วค่ะ หนูจะมีกำลังที่ไหนไปสู้คะ “ประหารหนูก็ได้นะคะ ไม่เป็นไรค่ะ”

ผู้เสียหายยังได้โพสต์คลิป หลังจากที่ผู้เสียหายลงจากรถแท็กซี่คันก่อเหตุ โดยเป็นการถ่ายจากด้านหลังในที่เกิดเหตุ พร้อมกับภาพที่เธอกำลังนอนรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยหนักที่โรงพยาบาล และยังมีข้อความภายในคลิปดังกล่าว ระบุว่า

“ได้ยินคำพิพากษาของศาลอาญาแล้วถึงกับรับไม่ไหว ต้องมีเหยื่ออีกกี่คนที่โดนแบบนี้ เหมือนตายทั้งเป็น

ตัดสินให้ผู้ต้องหาจำคุกแค่นั้นเหรอ ว่าเราสมยอมอย่างนั้นเหรอ เรากรี๊ดไป ใครจะได้ยินเสียงเราบ้าง วันนั้นเราน่าจะกรี๊ดไป จะได้ตายจบๆ ไป ข่มขืนแล้ว ทำไมไม่ฆ่าเราล่ะ คนที่รอดชีวิตก็เหมือนตาย ทั้งที่มีลมหายใจ”

“เจอคนข่มขืนก็ว่าแย่แล้ว มาเจอตำรวจทำคดีให้อ่อนอีก เราเข้มแข็งมาแค่ไหน อดทนรอไว้ใจในศาล แต่สิ่งที่เราเทใจให้มากที่สุดคือได้แบบนี้เหรอ เราสู้ไม่ไหวแล้ว เราเหนื่อยแล้ว คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงน้อง”

Previous articleดีกว่าซื้อกิน! หนุ่มใหญ่เปิดใจ อยู่กินกับตุ๊กตายาง 4 ปี จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่ต้องกินข้าว ลูกสาวรับรู้
Next articleตร.ไซเบอร์ 2 นาย-ปัดอุ้มรีดเงิน 140 ล. แก๊งเว็บพนัน | 18 มิ.ย. 66

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here